รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบโจทย์ 5 จังหวัดอีสาน ทำ Flagship วัฒนธรรมปี 70 ต้องเห็นผลจริง ย้ำทุกโครงการต้องตอบให้ได้ประชาชนได้อะไร

 3 พ.ย. 2569 | 94


•พร้อมเปิดเวทีองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ เสื้อพระราชทาน 3 แบบ สืบสานอัตลักษณ์ไทย ต่อยอดผ้าไทยสู่คนรุ่นใหม่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

•ปักธงชูภูมิปัญญาบ้านโนนกอก ผ้าไหมย้อมดอกบัวแดง หนึ่งเดียวแห่งอัตลักษณ์อุดรฯ ต่อยอดผ้าไทยสร้างอาชีพและรายได้ชุมชน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจราชการและขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 รวม 5 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ระหว่างวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายน 2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมและรับฟังข้อเสนอโครงการสำคัญ (Flagship Project) ประจำปี 2570 พร้อมเปิดเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย ตลอดจนลงพื้นที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่

 


ภารกิจช่วงเช้า เวลา 08.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ภายในอาคารราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี เพื่อศึกษาการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นตัวอย่างของการอนุรักษ์อาคารเก่าและมรดกทางสถาปัตยกรรมควบคู่กับการใช้ประโยชน์เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์และแหล่งประวัติศาสตร์เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า สามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเรื่องราวของท้องถิ่นเข้ากับประสบการณ์ของผู้มาเยือน โดยต้องให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์คุณค่าดั้งเดิม ควบคู่กับการพัฒนาการนำเสนอให้ทันสมัยและเข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัย วธ.จะส่งเสริมให้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม


จากนั้น นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานเปิดและร่วมเวทีเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องชุดไทยพระราชนิยม ณ โรงแรมสยามแกรนด์ อำเภอเมืองอุดรธานี นางสาวซาบีดา กล่าวว่า การจัดเวทีเสวนาครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในประวัติความเป็นมา คุณค่า ความงดงาม และอัตลักษณ์ของเครื่องแต่งกายไทย พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ กว่า 200 คน เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเศรษฐกิจวัฒนธรรม

เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ศรินดา จามรมาน ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านผ้าไทย ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และนางสาวอลิสา ใสเศวตวารี ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายไทย นอกจากนี้ ยังจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทาน 3 แบบ ตลอดจนนิทรรศการผ้าไทยร่วมสมัย ผ้าอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) จาก 5 จังหวัดอีสานตอนบน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ทั้งมิติประวัติศาสตร์ งานออกแบบ เทคนิคการทอ และการนำผ้าไทยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ชุดไทยและผ้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และอัตลักษณ์ของชาติ การเผยแพร่องค์ความรู้จึงมีความสำคัญไม่เพียงต่อการอนุรักษ์ แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และนักออกแบบ นำคุณค่าดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับวิถีชีวิตและความต้องการของตลาดในปัจจุบัน วธ.จะส่งเสริมการสืบสาน รักษา และต่อยอดองค์ความรู้ด้านผ้าไทยและเครื่องแต่งกายไทย ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ช่างทอ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อให้ผ้าไทยเป็นทั้งความภาคภูมิใจของคนไทยและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าและโอกาสในระดับสากล

 


นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นประธานประชุมมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 พร้อมสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานปี 2569 และข้อเสนอโครงการสำคัญ (Flagship Project) ประจำปี 2570 มุ่งยกระดับการทำงานจากการจัดกิจกรรมไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ณ โรงแรมสยามแกรนด์ อำเภอเมืองอุดรธานี

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ได้มอบนโยบายและแนวทางการกำหนดโครงการสำคัญของแต่ละจังหวัดต้องเริ่มจากการพิจารณาศักยภาพและอัตลักษณ์ของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน งานหัตถกรรม ผ้าไทย อาหารพื้นถิ่น ประเพณี และภูมิปัญญาชุมชน แล้วนำมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว สิ่งสำคัญทุกโครงการต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถติดตามและประเมินผลได้ ทั้งจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการต่อยอด โอกาสทางการตลาด การสร้างงานและรายได้ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของประชาชนและคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดภูมิปัญญา

รมว.วธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่สำคัญไม่ได้ต้องการให้โครงการปี 2570 เป็นเพียงการจัดกิจกรรมให้ครบตามแผน แต่ต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ต้องเห็นว่าชุมชนเข้มแข็งขึ้น ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ประชาชนมีโอกาสสร้างอาชีพและรายได้มากขึ้น และทุนวัฒนธรรมได้รับการสืบทอดต่อไป จากการประชุมในวันนี้จะนำข้อเสนอจากทั้ง 5 จังหวัดมาพิจารณาบูรณาการให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด โดยสนับสนุนให้แต่ละพื้นที่มีโครงการที่สะท้อนจุดแข็งของตนเอง ขณะเดียวกันสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางและกิจกรรมทางวัฒนธรรมร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพของกลุ่มจังหวัดและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในวงกว้าง

สำหรับภารกิจช่วงบ่าย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลงพื้นที่ชุมชนทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เยี่ยมชมภูมิปัญญาการทอผ้าขิดโบราณและการย้อมสีเส้นไหมด้วยดอกบัวแดงจากลำห้วยเชียงรวง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของชุมชน พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

 


ทั้งนี้ บ้านโนนกอกมีความโดดเด่นในการนำดอกบัวแดงจากแหล่งน้ำธรรมชาติในท้องถิ่นมาใช้ย้อมสีเส้นไหม ผสมผสานกับเทคนิคการทอด้วยกี่โบราณและลวดลายดั้งเดิม เกิดเป็นผ้าไหมหมี่ขิดย้อมดอกบัวแดง “ลายสายธารนาคเชียงรวง” ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนในชุมชน และได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม CPOT ระดับเหรียญทองระดับประเทศจากกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากงานผ้าทอแล้ว ชุมชนยังมีทุนวัฒนธรรมด้านอาหารและการท่องเที่ยว โดยได้รับคัดเลือกเป็นชุมชนคุณธรรมสุดยอดต้นแบบ 1 ใน 10 ชุมชน “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2566 และมีเมนูข้าวต้มมัดกลีบบัวแดงที่ได้รับการยกย่องในโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น ประจำปี 2566

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจของบ้านโนนกอกคือการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ตั้งแต่การย้อมสีจากธรรมชาติไปจนถึงการทอผ้า ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและควรได้รับการสืบทอด การส่งเสริมชุมชนจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการรักษาภูมิปัญญา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างตลาด และการเพิ่มโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม เพราะผ้าไทยไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนในชุมชน ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรมต้องทำให้เรื่องราวเหล่านี้เป็นที่รู้จัก และต่อยอดให้เกิดมูลค่า สร้างอาชีพและรายได้กลับคืนสู่ชุมชน นอกจากนี้ วธ.จะส่งเสริมให้บ้านโนนกอกเป็นตัวอย่างของการนำทุนวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย อาหารพื้นถิ่น และการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถสร้างคุณค่าและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

อัพเดทล่าสุด

  3 พ.ย. 2569
สยามพิวรรธน์ กรุงเทพมหานคร และสภากาชาดไทย เชิญร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ “ล้านดวงใจน้อมแสดงความอาลัย สมเด็จฯ พระพันปีหลวง” ณ สยามพารากอน และ ICS ไอคอนสยาม

  3 พ.ย. 2569
THE KLINIQUE GROUP ฉลอง 100 สาขา ครบรอบ 17 ปี แจกหนัก 50 ล้าน

  3 พ.ย. 2569
บัณฑิตป้ายแดง “เซิร์ฟ” ภูมิใจคว้าปริญญาตรี ม.มหิดล สำเร็จ

  31 ต.ค. 2569
Pattaya International Bikini Beach Race 2026 ฮอตทะลุหาดพัทยา นักวิ่งทั่วโลก 5,000 ชีวิต อวดหุ่นลงสนาม งานวิ่งริมชายหาดใหญ่สุดในไทย

เว็บไซต์ thailandreporter.com เป็นเว็บไซต์เพื่อ ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิง เพื่อสังคมไทย

ช่องทางติดต่อทีมงาน www.thailandreporter.com แนะนำ, ติชม, ฝากข่าวประชาสัมพันธ์, ติดต่อโฆษณา เบอร์โทร : 090-328-2392

Copyright © www.thailandreporter.com 2026 all 7 rights reserved.