ศุภจี เปิดกระทรวงฯ ต้อนรับนักธุรกิจยักษ์ใหญ่จากสวิส ดัน FTA ไทย–EFTA สร้างประโยชน์ร่วม เชื่อม SMEs สู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

 17 ต.ค. 2569 | 110

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้การต้อนรับและหารือกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส (SECO) พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทชั้นนำและองค์กรธุรกิจสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน เตรียมใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าให้มีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2570 มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทระดับโลก

การหารือครั้งนี้มีผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมสำคัญเข้าร่วม อาทิ Nestlé ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีแผนลงทุนในไทยต่อเนื่อง ทั้งโรงงานกาแฟแห่งใหม่และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง Kühne+Nagel ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลกที่เห็นศักยภาพไทยในห่วงโซ่อุปทานคลาวด์และศูนย์ข้อมูล รวมถึงแผนลงทุนด้านคลังสินค้าและการขนส่งทางอากาศ Novartis และ Roche ในอุตสาหกรรมยาและเทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ และ Oerlikon บริษัทเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูงที่สนใจขยายการลงทุนรองรับอุตสาหกรรมการบินและเซมิคอนดักเตอร์ในไทย

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากองค์กรธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนเศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ economiesuisse, Swissmem, Swissrail, SIFEM, SERV, Switzerland Global Enterprise (S-GE) และ DKSH สะท้อนโอกาสขยายความร่วมมือครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี ระบบขนส่ง การเงิน และการส่งเสริมการค้าและการลงทุน

 

 

นางศุภจีกล่าวว่า ความสำเร็จของ FTA ไม่ได้อยู่ที่การเจรจาจนได้ข้อสรุปเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากความตกลงได้จริง กระทรวงพาณิชย์จึงมุ่งเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้พัฒนาสินค้าและบริการตามมาตรฐานสากล พร้อมเชื่อมโยงกับบริษัทชั้นนำที่มีเครือข่ายทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง รวมถึงพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ทั้งสองฝ่าย เน้นผลประโยชน์ร่วม (Mutual Benefit) ทั้งการค้าและการลงทุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การขยายโอกาสทางธุรกิจของบริษัทสวิส และการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน ทั้งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การลดอุปสรรคด้านศุลกากร การใช้ระบบดิจิทัลอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และการจัดให้มีช่องทางประสานงานที่ชัดเจน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสอบถามข้อมูลและแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจระหว่างกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับการค้าไทย–สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2568 มีมูลค่ารวม 14,236.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.12 จากปีก่อน ขณะที่ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 9,557 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 สะท้อนศักยภาพในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเตรียมกระบวนการภายในประเทศเพื่อให้ FTA ไทย–EFTA มีผลใช้บังคับตามเป้าหมายวันที่ 1 มกราคม 2570

 

อัพเดทล่าสุด

  16 ต.ค. 2569
กทม. อัปเดตความคืบหน้าการลงทะเบียนและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2569

  17 ต.ค. 2569
อินเตอร์ ฟาร์มา เปิดตัวแคมเปญ INTERPHARMA × NENE - LIVE YOUR WAY ชวนดูแลตัวเองให้พร้อม แล้วไปให้สุดในแบบของคุณ

  16 ต.ค. 2569
“ซี-คีน” หวานไม่แผ่ว อินเลิฟฉบับเด็กเนิร์ด ส่งท้ายความรักต่างขั้ว ในซีรีส์ “WEIRDO-101 แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา”

  17 ต.ค. 2569
หมอออย รมย์รวินท์คลินิก ร่วมเป็น Speaker แชร์บนเวที Ultherapy PRIME ในหัวข้อ Mastering Ultherapy for Male Patients

เว็บไซต์ thailandreporter.com เป็นเว็บไซต์เพื่อ ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิง เพื่อสังคมไทย

ช่องทางติดต่อทีมงาน www.thailandreporter.com แนะนำ, ติชม, ฝากข่าวประชาสัมพันธ์, ติดต่อโฆษณา เบอร์โทร : 090-328-2392

Copyright © www.thailandreporter.com 2026 all 7 rights reserved.